"มาร์ค"เบรกแผนอุ้มลูกจ้าง2หมื่นราย เชื่อให้เงิน3พันไม่พอ

"มาร์ค"เบรกแผนอุ้มลูกจ้าง2หมื่นราย เชื่อให้เงิน3พันไม่พอ | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : "มาร์ค"เบรกแผนอุ้มลูกจ้าง2หมื่นราย เชื่อให้เงิน3พันไม่พอ, ข้อมูลเกี่ยวกับ "มาร์ค"เบรกแผนอุ้มลูกจ้าง2หมื่นราย เชื่อให้เงิน3พันไม่พอ

"มาร์ค"เบรกแผนอุ้มลูกจ้าง2หมื่นราย เชื่อให้เงิน3พันไม่พอ สั่งวางกรอบใหม่สำรวจคนเดือดร้อนให้ครอบคลุม

นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังไม่เห็นชอบแนวทางการช่วยเหลือพนักงาน ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ตามการเสนอของคณะทำงานเพื่อหามาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ที่มีนางอัญชลี เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายเกียรติ สิทธิอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) เป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากเห็นว่ามาตรการช่วยเหลือลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อนที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท จำนวน 20,000 คน รายละ 3,000 บาท ยังไม่สามารถตอบโจทย์การให้ความช่วยเหลือจากที่เดือดร้อนได้ นายกฯจึงต้องการวางกรอบให้ชัดเจน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานว่าจำนวนคนได้รับผลกระทบมีจำนวนเท่าใด เป็นกลุ่มไหนบ้าง และการช่วยเหลือของรัฐบาลมีส่วนใดบ้าง ในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะเป็นที่ราชดำริ ผ่านฟ้า สุขุมวิท 31 (โรงแรมยูโร แกรนด์ โฮเทล ใกล้กับบ้านพักนายกฯ)  สยาม และห้างแพลทตินัมประตูน้ำ โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงาน และคณะทำงานฯ กลับไปจัดลำดับความสำคัญของการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง กำหนดกรอบให้ครอบคลุมใน 3 กลุ่มคือ ผู้ที่ตกงานทั้งในระบบและนอกระบบ ร้านค้าที่ปิดกิจการ และการช่วยเหลือเรื่องค่าเช่าสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า โรงแรม หรือที่มีสัญญาเช่ากับกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ นายกฯยังได้มอบหมายให้ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดตั้งคณะทำงานชุดใหญ่เพื่อดูแลมาตรการเยียวยาตามที่มอบหมายอย่างใกล้ชิด โดยให้มีอำนาจตัดสินใจได้ทันที ไม่ต้องขออนุมัติจากครม.อีก เพื่อให้เกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้น


“นายกฯ ได้มอบนโยบายในระหว่างการหารือเรื่องนี้ คือ 1.สั่งกำชับและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการคือการให้ความช่วยเหลือ เน้นบุคลากรหรือพนักงานบริษัทห้างร้านที่ตกงานก่อนเป็นอันดับแรก 2. ให้ความช่วยเหลือร้านค้าที่ปิดกิจการและให้ผนวกดูแลค่าเช่าอาคารต่างๆด้วย  โดยที่สิ่งที่นายกฯเป็นห่วงและเร่งรัดอย่างมาก คือกรณีที่มีคนตกงานและอยู่นอกระบบ  ซึ่งกระทรวงแรงงาน และนางอัญชลี รายงานให้ที่ประชุมทราบว่าข้อมูลคนที่ตกงานที่อยู่นอกระบบประกันสังคม ขณะนี้ยังได้ตัวเลขไม่มาก เพราะผู้ประกอบการยังร่วมมือไม่เต็มที่ เนื่องจากเกรงว่าจะโดนดำเนินคดีเอาผิดได้ ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง  เสนอในที่ประชุมว่าแนวทางช่วยเหลือควรใช้มาตรการจูงใจเข้ามาช่วย เช่น กรณีที่ผู้ประกอบการต้องการจะเลิกจ้างแรงงาน ก็ต้องหามาตรการจูงใจเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเลิกจ้างแรงงานแต่อย่างใด” นายวัชระกล่าว


รองโฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า การประชุมครม.ครั้งนี้ได้มีการอนุมัติแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการ พนักงานลูกจ้าง เพิ่มเติม นอกเหนือจากการช่วยเหลือเกี่ยวกับมาตรการทางภาษีในเรื่องการขยายระยะเวลาการยื่นแบบเสียภาษี ทั้งในส่วนของภาษีนิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ออกไปอีก 180 วัน ซึ่งขณะนี้มีการเผยแพร่เอกสารแบบฟอร์มผ่านทางเว็บไซต์กรมสรรพากรแล้ว และการช่วยเหลือเรื่องสภาพคล่องด้านสินเชื่อของธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) ปล่อยเงินกู้วงเงิน 5,000 ล้านบาท ไปก่อนหน้านี้ คือ 1. การเห็นชอบให้ใช้กลไกของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) เข้ามาร่วมในการดำเนินการปล่อยสินเชื่อของ ธพว. ดังกล่าว ตามข้อเสนอของผู้ประกอบการที่แจ้งขอมาเพิ่มเติม 2. การขยายระยะเวลาการนำส่งเงินสมทบให้กองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน 3.มอบหมายให้นางอัญชลีประสานงานกับผู้ว่ากทม. เกี่ยวกับการผ่อนปรนภาษีโรงเรือน ภาษีป้าย 4.ยกเว้นอัตราดอกเบี้ย ค่าสาธารณูปโภค ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ที่ผู้ประกอบการอยู่ระหว่างการขอผ่อนผัน โดยให้ชำระภายใน 2 เดือนหลังเสร็จสิ้นการชุมนุม และ5.ส่วนการประกันภัยอาคารและทรัพย์สิน มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ดูแลจัดการ


นายวัชระ กล่าวว่า นายกฯยังไม่เห็นด้วยกับการเสนอขอจัดงานพาณิชย์เอ็กซโปในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ที่จะเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีสินค้าค้างสต๊อกหรือขายไม่ออกมาขายในงานนี้ เพราะเห็นว่าจะเป็นมาตรการที่ซ้ำซ้อนกับมาตรการที่รัฐบาลกำลังช่วยเหลืออยู่


นายกฤษฎา ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกมาตรการในการช่วยเหลือลูกค้าที่เดือดร้อนในพื้นที่ราชประสงค์และใกล้เคียง โดยลดภาระการชำระค่างวดบ้านให้  แบ่งเป็น2 ระยะ คือ สั้น ลดค่างวด 40 % ระยะเวลา 1 ปี ส่วนระยะยาวคือลด ค่างวด 20% จาก 25 % ของระยะเวลาชำระหนี้ที่เหลือ เช่นหากยังเหลือระยะเวลาชำระหนี้อีก 20 ปีจาก 30 ปี จะได้ลดค่างวด 20 %เป็นระยะเวลา 5 ปี อย่างไรก็ตามลูกค้าสินเชื่อบ้านที่ต้องการเข้าร่วมโครงการสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2553 ทั้งนี้คาดว่าจะมีลูกค้าเข้าร่วมโครงการประมาณ 1,000 ราย


นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าได้เสนอมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่เดือดร้อนในพื้นที่ราชประสงค์ให้แก่คณะกรรมการธนาคารแล้ว โดยต้องรออนุมัติลงมาอีกทีถึงจะสรุปได้ว่ามาตรการจะเป็นไปทิศทางไหน ทั้งนี้โดยรวมจะเป็นการช่วยเหลือลดภาระการชำระให้แก่ลูกค้า

วันที่ 04 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 21:15:25 น.  มติชนออนไลน์




ลงวันที่ 04/05/2010 21:20:39
จำนวนผู้ชม 2177 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์