นายวัชระ กรรณิการ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.)เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ว่า นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ยังไม่เห็นชอบแนวทางการช่วยเหลือพนักงาน ลูกจ้างที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ตามการเสนอของคณะทำงานเพื่อหามาตรการเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุม ที่มีนางอัญชลี เทพบุตร รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายเกียรติ สิทธิอมร ประธานผู้แทนการค้าไทย (ทีทีอาร์) เป็นผู้รับผิดชอบ เนื่องจากเห็นว่ามาตรการช่วยเหลือลูกจ้างที่ได้รับความเดือดร้อนที่มีเงินเดือนต่ำกว่า 15,000 บาท จำนวน 20,000 คน รายละ 3,000 บาท ยังไม่สามารถตอบโจทย์การให้ความช่วยเหลือจากที่เดือดร้อนได้ นายกฯจึงต้องการวางกรอบให้ชัดเจน โดยตั้งอยู่บนพื้นฐานว่าจำนวนคนได้รับผลกระทบมีจำนวนเท่าใด เป็นกลุ่มไหนบ้าง และการช่วยเหลือของรัฐบาลมีส่วนใดบ้าง ในทุกพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบจากการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดง ไม่ว่าจะเป็นที่ราชดำริ ผ่านฟ้า สุขุมวิท 31 (โรงแรมยูโร แกรนด์ โฮเทล ใกล้กับบ้านพักนายกฯ) สยาม และห้างแพลทตินัมประตูน้ำ โดยมอบหมายให้กระทรวงแรงงาน และคณะทำงานฯ กลับไปจัดลำดับความสำคัญของการช่วยเหลือผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนใหม่ทั้งหมดอีกครั้ง กำหนดกรอบให้ครอบคลุมใน 3 กลุ่มคือ ผู้ที่ตกงานทั้งในระบบและนอกระบบ ร้านค้าที่ปิดกิจการ และการช่วยเหลือเรื่องค่าเช่าสำหรับผู้ประกอบการที่ต้องเช่าพื้นที่ในห้างสรรพสินค้า โรงแรม หรือที่มีสัญญาเช่ากับกรุงเทพมหานคร นอกจากนี้ นายกฯยังได้มอบหมายให้ นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี จัดตั้งคณะทำงานชุดใหญ่เพื่อดูแลมาตรการเยียวยาตามที่มอบหมายอย่างใกล้ชิด โดยให้มีอำนาจตัดสินใจได้ทันที ไม่ต้องขออนุมัติจากครม.อีก เพื่อให้เกิดความรวดเร็วยิ่งขึ้น
“นายกฯ ได้มอบนโยบายในระหว่างการหารือเรื่องนี้ คือ 1.สั่งกำชับและให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการคือการให้ความช่วยเหลือ เน้นบุคลากรหรือพนักงานบริษัทห้างร้านที่ตกงานก่อนเป็นอันดับแรก 2. ให้ความช่วยเหลือร้านค้าที่ปิดกิจการและให้ผนวกดูแลค่าเช่าอาคารต่างๆด้วย โดยที่สิ่งที่นายกฯเป็นห่วงและเร่งรัดอย่างมาก คือกรณีที่มีคนตกงานและอยู่นอกระบบ ซึ่งกระทรวงแรงงาน และนางอัญชลี รายงานให้ที่ประชุมทราบว่าข้อมูลคนที่ตกงานที่อยู่นอกระบบประกันสังคม ขณะนี้ยังได้ตัวเลขไม่มาก เพราะผู้ประกอบการยังร่วมมือไม่เต็มที่ เนื่องจากเกรงว่าจะโดนดำเนินคดีเอาผิดได้ ขณะที่นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอในที่ประชุมว่าแนวทางช่วยเหลือควรใช้มาตรการจูงใจเข้ามาช่วย เช่น กรณีที่ผู้ประกอบการต้องการจะเลิกจ้างแรงงาน ก็ต้องหามาตรการจูงใจเพื่อไม่ให้ผู้ประกอบการเลิกจ้างแรงงานแต่อย่างใด” นายวัชระกล่าว
รองโฆษกประจำสำนักนายกฯกล่าวว่า การประชุมครม.ครั้งนี้ได้มีการอนุมัติแนวทางการช่วยเหลือผู้ประกอบการ พนักงานลูกจ้าง เพิ่มเติม นอกเหนือจากการช่วยเหลือเกี่ยวกับมาตรการทางภาษีในเรื่องการขยายระยะเวลาการยื่นแบบเสียภาษี ทั้งในส่วนของภาษีนิติบุคคล ภาษีมูลค่าเพิ่ม และภาษีหัก ณ ที่จ่าย ออกไปอีก 180 วัน ซึ่งขณะนี้มีการเผยแพร่เอกสารแบบฟอร์มผ่านทางเว็บไซต์กรมสรรพากรแล้ว และการช่วยเหลือเรื่องสภาพคล่องด้านสินเชื่อของธนาคารเพื่อการพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ธพว.) ปล่อยเงินกู้วงเงิน 5,000 ล้านบาท ไปก่อนหน้านี้ คือ 1. การเห็นชอบให้ใช้กลไกของบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม(บสย.) เข้ามาร่วมในการดำเนินการปล่อยสินเชื่อของ ธพว. ดังกล่าว ตามข้อเสนอของผู้ประกอบการที่แจ้งขอมาเพิ่มเติม 2. การขยายระยะเวลาการนำส่งเงินสมทบให้กองทุนประกันสังคม และกองทุนเงินทดแทน 3.มอบหมายให้นางอัญชลีประสานงานกับผู้ว่ากทม. เกี่ยวกับการผ่อนปรนภาษีโรงเรือน ภาษีป้าย 4.ยกเว้นอัตราดอกเบี้ย ค่าสาธารณูปโภค ทั้งค่าน้ำ ค่าไฟ ค่าโทรศัพท์ ที่ผู้ประกอบการอยู่ระหว่างการขอผ่อนผัน โดยให้ชำระภายใน 2 เดือนหลังเสร็จสิ้นการชุมนุม และ5.ส่วนการประกันภัยอาคารและทรัพย์สิน มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) ดูแลจัดการ
นายวัชระ กล่าวว่า นายกฯยังไม่เห็นด้วยกับการเสนอขอจัดงานพาณิชย์เอ็กซโปในช่วงกลางเดือนพฤษภาคมนี้ ที่จะเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการที่มีสินค้าค้างสต๊อกหรือขายไม่ออกมาขายในงานนี้ เพราะเห็นว่าจะเป็นมาตรการที่ซ้ำซ้อนกับมาตรการที่รัฐบาลกำลังช่วยเหลืออยู่
นายกฤษฎา ล่ำซำ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารได้ออกมาตรการในการช่วยเหลือลูกค้าที่เดือดร้อนในพื้นที่ราชประสงค์และใกล้เคียง โดยลดภาระการชำระค่างวดบ้านให้ แบ่งเป็น2 ระยะ คือ สั้น ลดค่างวด 40 % ระยะเวลา 1 ปี ส่วนระยะยาวคือลด ค่างวด 20% จาก 25 % ของระยะเวลาชำระหนี้ที่เหลือ เช่นหากยังเหลือระยะเวลาชำระหนี้อีก 20 ปีจาก 30 ปี จะได้ลดค่างวด 20 %เป็นระยะเวลา 5 ปี อย่างไรก็ตามลูกค้าสินเชื่อบ้านที่ต้องการเข้าร่วมโครงการสามารถแจ้งความประสงค์ได้ที่ธนาคารกสิกรไทยทุกสาขา ตั้งแต่วันนี้ ถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2553 ทั้งนี้คาดว่าจะมีลูกค้าเข้าร่วมโครงการประมาณ 1,000 ราย
นายรุ่งเรือง สุขเกิดกิจพิบูลย์ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ กล่าวว่าได้เสนอมาตรการช่วยเหลือลูกค้าที่เดือดร้อนในพื้นที่ราชประสงค์ให้แก่คณะกรรมการธนาคารแล้ว โดยต้องรออนุมัติลงมาอีกทีถึงจะสรุปได้ว่ามาตรการจะเป็นไปทิศทางไหน ทั้งนี้โดยรวมจะเป็นการช่วยเหลือลดภาระการชำระให้แก่ลูกค้า
วันที่ 04 พฤษภาคม พ.ศ. 2553 เวลา 21:15:25 น. มติชนออนไลน์