กรมประชาสัมพันธ์ รับนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน

กรมประชาสัมพันธ์ รับนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน | แหล่งคน แหล่งงาน คุณภาพ ที่ SIAMHRM.COM : กรมประชาสัมพันธ์ รับนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน, ข้อมูลเกี่ยวกับ กรมประชาสัมพันธ์ รับนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน

ด้วย กรมประชาสัมพันธ์ จะดาเนินการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุและแต่งตั้งบุคคลเข้ารับราชการ
ในตาแหน่งนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน ฉะนั้น อาศัยอานาจตามความในมาตรา 53 แห่งพระราชบัญญัติ
ระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 และหนังสือสานักงาน ก.พ. ที่ นร 1004.1/ว 15 ลงวันที่ 11
ธันวาคม 2551 เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขการสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ จึงประกาศ
รับสมัครสอบแข่งขันดังรายละเอียดต่อไปนี้

1. ตาแหน่งที่จะบรรจุและแต่งตั้งและเงินเดือนที่จะได้รับ
ตาแหน่ง นายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน
เงินเดือน 7,100 บาท หรือตามที่ ก.พ. กาหนด
ตาแหน่งว่างครั้งแรก จานวน 9 อัตรา ในส่วนกลางและส่วนภูมิภาค ดังนี้
1. สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยอาเภอตะกั่วป่า จังหวัดพังงา
สานักประชาสัมพันธ์เขต 5
2. งานห้องเทปโทรทัศน์ - เครื่องฉาย ฝ่ายช่างเทคนิค
สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทยจังหวัดภูเก็ต สานักประชาสัมพันธ์เขต 5
3. สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทยจังหวัดกาญจนบุรี
สานักประชาสัมพันธ์เขต 8
4. ส่วนพัฒนาบุคลากรการประชาสัมพันธ์ สานักพัฒนาการประชาสัมพันธ์ กรุงเทพฯ
5. สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดเพชรบูรณ์
6. สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดภูเก็ต
7. สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดแม่ฮ่องสอน
8. สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดระนอง
9. สานักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพังงา
หมายเหตุ ตาแหน่งดังกล่าวอาจเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสม

2. ลักษณะงานที่ปฏิบัติ
ลักษณะงานที่ปฏิบัติในด้านต่าง ๆ ดังนี้
1. ด้านการปฏิบัติการ
(1) สารวจ วางแผนการปฏิบัติงานเทคนิค ประมาณการ เขียนแบบทางไฟฟ้าติดตั้ง ซ่อม ประดิษฐ์ ดัดแปลง ปรับปรุง ควบคุมการใช้งาน ดูแล บารุงรักษา และใช้งานเครื่องมือ อุปกรณ์ เครื่องจักรกลไฟฟ้า ระบบไฟฟ้า ระบบเครื่องปรับอากาศ ระบบไฟฟ้าสื่อสารและโทรคมนาคม ระบบสารสนเทศ ระบบควบคุมอัตโนมัติ ระบบอิเล็กทรอนิกส์ ระบบคอมพิวเตอร์ รับส่งข้อมูลข่าวสาร ในภารกิจที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพตอบสนองความต้องการของหน่วยงานภายในและภายนอก
(2) จัดทาทะเบียน รวบรวม และเก็บข้อมูลทางสถิติของการใช้งาน เพื่อการวางแผนบารุงรักษา
(3) การใช้เครื่องมือโสตทัศนูปกรณ์ สามารถใช้ระบบภาพและระบบเสียง
2. ด้านการบริการ
(1) ให้คาแนะนา ตอบปัญหา แก้ไขปัญหา ให้แก่ผู้ใช้งานและผู้รับบริการ ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างถูกต้องและมีประสิทธิภาพ
(2) ประสาน แลกเปลี่ยนความรู้และข้อมูลต่าง ๆ ทั้งภายในและภายนอกหน่วยงาน เพื่อประกอบการปฏิบัติงานได้อย่างครอบคลุม และมีประสิทธิภาพ
(3) ต้องปฏิบัติงานทั้งในและนอกเวลาราชการ รวมทั้งการไปปฏิบัติงานที่ต่างจังหวัดได้

3. คุณสมบัติทั่วไปและคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่งของผู้มีสิทธิสมัครสอบ
3.1 ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติทั่วไปและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. 2551 ดังต่อไปนี้
ก. คุณสมบัติทั่วไป
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ากว่าสิบแปดปี
(3) เป็นผู้เลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขด้วยความบริสุทธิ์ใจ
ข. ลักษณะต้องห้าม
(1) เป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมือง
(2) เป็นคนไร้ความสามารถ คนเสมือนไร้ความสามารถ คนวิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือน ไม่สมประกอบ หรือเป็นโรคตามที่กาหนดในกฎ ก.พ.
(3) เป็นผู้อยู่ในระหว่างถูกสั่งพักราชการหรือถูกสั่งให้ออกจากราชการ ไว้ก่อนตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(4) เป็นผู้บกพร่องในศีลธรรมอันดีจนเป็นที่รังเกียจของสังคม
(5) เป็นกรรมการหรือผู้ดารงตาแหน่งที่รับผิดชอบในการบริหารพรรคการเมืองหรือเจ้าหน้าที่ในพรรคการเมือง
(6) เป็นบุคคลล้มละลาย
(7) เป็นผู้เคยต้องรับโทษจาคุกโดยคาพิพากษาถึงที่สุดให้จาคุกเพราะกระทาความผิดทางอาญา เว้นแต่เป็นโทษสาหรับความผิดที่ได้กระทาโดยประมาทหรือความผิดลหุโทษ
(8) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก ปลดออก หรือไล่ออกจากรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ
(9) เป็นผู้เคยถูกลงโทษให้ออก หรือปลดออก เพราะกระทาผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้ หรือตามกฎหมายอื่น
(10) เป็นผู้เคยถูกลงโทษไล่ออก เพราะกระทาผิดวินัยตามพระราชบัญญัตินี้หรือตามกฎหมายอื่น
(11) เป็นผู้เคยกระทาการทุจริตในการสอบเข้ารับราชการ หรือเข้าปฏิบัติงานในหน่วยงานของรัฐ
ผู้ที่จะเข้ารับราชการเป็นข้าราชการพลเรือน ซึ่งมีลักษณะต้องห้ามตาม ข. (4) (6) (7) (8) (9) (10) หรือ (11) ก.พ. อาจพิจารณายกเว้นให้เข้ารับราชการได้ แต่ถ้าเป็นกรณีมีลักษณะต้องห้ามตาม (8) หรือ (9) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสองปีแล้ว และในกรณีมีลักษณะต้องห้าม ตาม (10) ผู้นั้นต้องออกจากงานหรือออกจากราชการไปเกินสามปีแล้ว และต้องมิใช่เป็นกรณีออกจากงานหรือออกจากราชการเพราะทุจริตต่อหน้าที่ สาหรับผู้มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 36 ข. (1) ให้มีสิทธิสมัครสอบแข่งขันได้แต่จะมีสิทธิได้รับบรรจุเป็นข้าราชการพลเรือนสามัญที่สอบแข่งขันได้ต่อเมื่อพ้นจากการเป็นผู้ดารงตาแหน่งทางการเมืองแล้ว
สาหรับพระภิกษุหรือสามเณร กรมประชาสัมพันธ์ไม่รับสมัครสอบและไม่อาจให้เข้าสอบแข่งขันเพื่อบรรจุบุคคลเข้ารับราชการ ทั้งนี้ ตามหนังสือกรมสารบรรณคณะรัฐมนตรีผ่ายบริหาร ที่ นว 89/2501 ลงวันที่ 27 มิถุนายน 2501 และตามความในข้อ 5 ของคาสั่งมหาเถรสมาคม ลงวันที่ 17 มีนาคม 2538
3.2 ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่ง ดังนี้
ตาแหน่งนายช่างไฟฟ้าปฏิบัติงาน
เป็นผู้ได้รับวุฒิประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง หรือคุณวุฒิอย่างอื่นที่เทียบได้ในระดับเดียวกัน ในสาขาวิชาไฟฟ้ากาลัง สาขาวิชาอิเล็กทรอนิกส์ สาขาวิชาเทคโนโลยีโทรคมนาคม หรือสาขาวิชาเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และเป็นผู้สอบผ่านภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง ของ ก.พ.

4. การรับสมัครสอบ
4.1 วัน เวลา และสถานที่รับสมัครสอบ
ให้ผู้ประสงค์จะสมัครสอบ สมัครได้ทางอินเตอร์เน็ต ตั้งแต่วันที่ 1 - 23 ธันวาคม 2552 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่เว้นวันหยุดราชการตามขั้นตอน ดังนี้
(1) เปิดเว็บไซต์ http://www.prd.go.th หัวข้อ “ข่าวรับสมัครงาน” หรือที่ http://job1.prd.go.th
(2) กรอกข้อความให้ถูกต้องและครบถ้วน ปฏิบัติตามขั้นตอนที่กาหนด ระบบจะกาหนดแบบฟอร์มการชาระเงินผ่านเคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ให้โดยอัตโนมัติ
(3) พิมพ์แบบฟอร์มการชาระเงินลงในกระดาษขนาด A4 จานวน 1 แผ่น หรือหากไม่มีเครื่องพิมพ์ในขณะนั้น ให้บันทึกข้อมูลเก็บไว้ในรูปแบบ File ลงในสื่อบันทึกข้อมูล เช่น Diskette เป็นต้น
ในกรณีไม่สามารถพิมพ์แบบฟอร์มการชาระเงินหรือบันทึกข้อมูลได้ ผู้สมัครสามารถเข้าไปพิมพ์แบบฟอร์มการชาระเงิน หรือบันทึกข้อมูลลงในสื่อบันทึกข้อมูลใหม่ได้อีก แต่จะไม่สามารถแก้ไขข้อมูลในการกรอกใบสมัครในครั้งแรกที่สมบูรณ์แล้วได้
(4) นาแบบฟอร์มการชาระเงินไปชาระเงินเฉพาะที่เคาน์เตอร์ บมจ.ธนาคารกรุงไทย ทุกสาขาทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 1 - 24 ธันวาคม 2552 ภายในเวลาทาการของธนาคาร การรับสมัครสอบจะมีผลสมบูรณ์ เมื่อชาระค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบเรียบร้อยแล้ว
4.2 ค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ จานวน 230 บาท ซึ่งประกอบด้วย
(1) ค่าธรรมเนียมสอบ จานวน 200 บาท
(2) ค่าธรรมเนียมธนาคารรวมค่าบริการทางอินเตอร์เน็ต จานวน 30 บาท
ค่าธรรมเนียมจะไม่จ่ายคืนให้ไม่ว่ากรณีใด ๆ ทั้งสิ้น
4.3 ผู้สมัครที่ชาระค่าธรรมเนียมสอบแล้ว จะได้รับเลขประจาตัวสอบ โดยจะกาหนดเลขประจาตัวสอบ ตามลาดับของการชาระค่าธรรมเนียมสอบ

5. เงื่อนไขการสมัครสอบ
5.1 ผู้สมัครสอบสมัครได้เพียงครั้งเดียวเท่านั้น
5.2 การสมัครสอบตามขั้นตอนข้างต้น ถือว่าผู้สมัครเป็นผู้ลงลายมือชื่อ และรับรองความถูกต้องของข้อมูลดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2544 ดังนั้น หากผู้สมัครจงใจกรอกข้อมูลอันเป็นเท็จ อาจมีความผิดฐานแจ้งความเท็จต่อเจ้าพนักงาน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 137
5.3 ผู้สมัครสอบต้องรับผิดชอบในการตรวจสอบและรับรองตนเองว่า เป็นผู้มีคุณสมบัติตรงตามประกาศรับสมัครสอบ และต้องกรอกรายละเอียดต่าง ๆ ให้ถูกต้องครบถ้วนตรงตามความเป็นจริง ในกรณีที่มีความผิดพลาดอันเกิดจากผู้สมัคร หรือตรวจพบว่าเอกสารหลักฐานคุณวุฒิ ซึ่งผู้สมัครสอบนามายื่นไม่ตรงหรือไม่เป็นไปตามประกาศรับสมัครสอบ กรมประชาสัมพันธ์ จะถือว่าผู้สมัครสอบเป็นผู้ขาดคุณสมบัติในการสมัครสอบครั้งนี้มาตั้งแต่ต้น และจะไม่คืนค่าธรรมเนียมในการสมัครสอบ

6. การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ
กรมประชาสัมพันธ์ จะประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบในวันที่ 6 มกราคม 2553 ณ อาคารกรมประชาสัมพันธ์ ชั้นล่าง และทางเว็บไซต์ http://www.prd.go.th หัวข้อ ข่าวรับสมัครงาน “การประกาศรายชื่อผู้สมัครสอบ วัน เวลา สถานที่สอบ และระเบียบเกี่ยวกับการสอบ”

7. หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน
หลักสูตรและวิธีการสอบแข่งขัน แบ่งออกเป็น 2 ภาค ดังนี้
ก. ภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตาแหน่ง (ภาค ข) (คะแนนเต็ม 200 คะแนน)
ทดสอบความรู้ความสามารถโดยวิธีการสอบข้อเขียน ในเรื่องดังต่อไปนี้
ความรู้พื้นฐานไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ วงจรไฟฟ้าและเครื่องมือวัด การออกแบบระบบไฟฟ้า การวิเคราะห์วงจรไฟฟ้า การส่องสว่าง การป้องกันระบบไฟฟ้ากาลัง ความรู้พื้นฐานระบบเสียงและระบบภาพ เทคนิคเครื่องรับส่งวิทยุ - โทรทัศน์ ระบบสื่อสารด้วยระบบเส้นใยนาแสง ดาวเทียม ไมโครเวฟ ระบบสายส่ง และระบบสายอากาศ การกระจายเสียงและภาพ CCTV, CATV, MATV และระบบสตูดิโอ ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์และอุปกรณ์ เทคโนโลยีระบบอินเตอร์เน็ต อุปกรณ์และระบบมัลติมีเดีย เทคโนโลยีสารสนเทศ ดิจิตอลวีดิโอ
ข. ภาคความเหมาะสมกับตาแหน่ง (ภาค ค) (คะแนนเต็ม 100 คะแนน)
เป็นการประเมินบุคคลเพื่อพิจารณาความเหมาะสมกับตาแหน่งหน้าที่จากประวัติส่วนตัว ประวัติการศึกษา ประวัติการทางาน จากการสังเกตพฤติกรรมที่ปรากฏของผู้เข้าสอบและจากการสัมภาษณ์ ทั้งนี้ อาจใช้วิธีการอื่นใดเพิ่มเติมเพื่อพิจารณาความเหมาะสมในด้านต่าง ๆ เช่น ความรู้ที่อาจใช้เป็นประโยชน์ในการปฏิบัติงานในหน้าที่ ความสามารถ ประสบการณ์ ท่วงทีวาจา อุปนิสัย อารมณ์ ทัศนคติ จรรยาบรรณของข้าราชการพลเรือน คุณธรรม จริยธรรม การปรับตัวเข้ากับผู้ร่วมงาน รวมทั้งสังคม และสิ่งแวดล้อม ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ ปฏิภาณ ไหวพริบ และบุคลิกภาพอย่างอื่น เป็นต้น และรวมถึงสมรรถนะหลัก สมรรถนะที่จาเป็นของตาแหน่ง
ทั้งนี้ จะทดสอบภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตาแหน่ง (ภาค ข) ก่อน และเมื่อสอบผ่านภาคความรู้ความสามารถที่ใช้เฉพาะตาแหน่ง (ภาค ข.) แล้ว จึงจะมีสิทธิเข้าสอบภาคความเหมาะสมกับตาแหน่ง (ภาค ค) ต่อไป

8. หลักฐานที่ต้องยื่นในวันสอบภาคความเหมาะสมกับตาแหน่ง (ภาค ค)
8.1 ใบสมัครที่พิมพ์จากอินเตอร์เน็ต ให้ติดรูปถ่ายหน้าตรง ไม่สวมหมวก และไม่สวมแว่นตาดา ถ่ายไม่เกิน 1 ปี ขนาด 1 x 1.5 นิ้ว ลงลายมือชื่อในใบสมัครให้ครบถ้วน
8.2 สาเนาประกาศนียบัตร และ ระเบียนแสดงผลการเรียน ที่แสดงว่าเป็นผู้มีวุฒิการศึกษาตรงกับตาแหน่งที่สมัครสอบ จานวน 1 ฉบับ ทั้งนี้ ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรขั้นประกาศนียบัตรของสถานศึกษาใดนั้น จะถือตามกฎหมาย กฎ หรือระเบียบเกี่ยวกับการสาเร็จการศึกษาตามหลักสูตรของสถานศึกษานั้นๆ เป็นเกณฑ์ โดยจะต้องสาเร็จการศึกษาและได้รับอนุมัติจากผู้มีอานาจอนุมัติภายในวันปิดรับสมัครสอบ คือ วันที่ 23 ธันวาคม 2552
8.3 สาเนาบัตรประจาตัวประชาชน และสาเนาทะเบียนบ้าน จานวน 1 ฉบับ
8.4 สาเนาหลักฐานอื่นๆ เช่น ใบสาคัญการสมรส ใบเปลี่ยนชื่อ-นามสกุล (ในกรณีที่ชื่อ-นามสกุล ในหลักฐานการสมัครสอบไม่ตรงกัน) เป็นต้น อย่างละ 1 ฉบับ
8.5 สาเนาหนังสือรับรองผลการสอบภาคความรู้ความสามารถทั่วไป (ภาค ก.) ของ ก.พ. ระดับประกาศนียบัตรวิชาชีพชั้นสูง จานวน 1 ฉบับ
8.6 ใบรับรองแพทย์ซึ่งออกให้ไม่เกิน 1 เดือน และแสดงว่าไม่เป็นโรคต้องห้ามตามกฎ ก.พ. ฉบับที่ 3 พ.ศ. 2535 ซึ่งได้แก่
- โรคเรื้อนในระยะติดต่อ หรือในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
- วัณโรคในระยะอันตราย
- โรคเท้าช้างในระยะที่ปรากฏอาการเป็นที่รังเกียจแก่สังคม
- โรคติดยาเสพติด
- โรคพิษสุราเรื้อรัง
สาเนาเอกสารทุกฉบับให้ผู้สมัครเขียนคารับรองว่า “สาเนาถูกต้อง” ลงชื่อ วันที่ และระบุเลขประจาตัวสอบกากับไว้มุมบนด้านขวาทุกหน้าของสาเนาเอกสาร

9. เกณฑ์การตัดสิน
ผู้ที่จะถือว่าเป็นผู้สอบแข่งขันได้ ต้องเป็นผู้สอบได้คะแนนในการสอบแต่ละภาค ไม่ต่ากว่าร้อยละ 60

10. การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะเรียงลาดับที่จากผู้สอบได้คะแนนรวมสูงลงมาตามลาดับ ในกรณีที่มีผู้สอบได้คะแนนรวมเท่ากัน ให้ผู้สอบได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตาแหน่งมากกว่าเป็นผู้อยู่ในลาดับที่สูงกว่า ถ้าได้คะแนนภาคความเหมาะสมกับตาแหน่งเท่ากัน ให้ผู้ได้รับเลขประจาตัวสอบก่อนเป็นผู้อยู่ในลาดับที่สูงกว่า
การขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ จะขึ้นบัญชีไว้เป็นเวลาไม่เกิน 2 ปี นับตั้งแต่วันขึ้นบัญชี แต่ถ้ามีการสอบแข่งขันอย่างเดียวกันนี้อีกและได้ขึ้นบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ใหม่แล้ว บัญชีผู้สอบแข่งขันได้ครั้งนี้เป็นอันยกเลิก

11. การบรรจุและแต่งตั้ง
- ผู้สอบแข่งขันได้จะได้รับการบรรจุและแต่งตั้งตามลาดับที่ในบัญชีผู้สอบแข่งขันได้ โดยได้รับเงินเดือนตามคุณวุฒิที่กาหนดเป็นคุณสมบัติเฉพาะสาหรับตาแหน่งนั้น
- กรมประชาสัมพันธ์ไม่ประสงค์จะรับโอนผู้สอบแข่งขันได้ที่เป็นข้าราชการ หรือพนักงานทุกประเภทของรัฐ



ลงวันที่ 01/12/2009 15:29:46
จำนวนผู้ชม 3121 ครั้ง




ข้อมูลข่าวสารในหมวดหมู่เดียวกัน




ปรึกษาปัญหากฎหมาย และรับว่าความทั่วราชอาณาจักร (ประสบการณ์มากกว่า 10 ปี พร้อมอยู่เคียงข้างคุณ)
(ธรรมศาสตร์ (น.บ.), รามคำแหง (น.ม), เนติบัณฑิตไทย (นบท.)
การบริหารทรัพยากรมนุษย์ (เกียรตินิยม อันดับ2) B.B.A.(Human Resource Management)
สยามเอชอาร์เอ็มดอทคอม ,จ๊อบสยามดอทคอท, ลอว์สยามดอทคอม

ติดตามความรู้กฎหมายแรงงาน หรือ ติดต่อเรา ที่ ...
เพจ ทนายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์ | กลุ่ม ปรึกษากฎหมายคดีแรงงาน บริหารทรัพยากรมนุษย์